ต่อมลูกหมาก
ท่านผู้ชายจะไม่มีอาการของต่อมลูกหมากจนกระทั่งอายุย่างเข้า 40 ปีโดยเฉพาะเมื่ออายุ 60 ปีจะเริ่มมีปัญหาทางต่อมลูกหมาก
เช่นมะเร็งต่อมลูกหมาก ต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ การตรวจต่อมลูกหมากประจำปีจะช่วยให้การวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น
ความสำคัญของต่อมลูกหมาก
• ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะหนึ่งของระบบสืบพันธ์ของผู้ชาย อยู่บริเวณใต้ต่อกระเพาะปัสสาวะหน้าต่อลำไส้ใหญ่

• ต่อมลูกหมากจะอยู่รอบท่อปัสสาวะ ขนาดของต่อมลูกหมากเท่ากับ walnut
• ต่อมลูกหมากประกอบด้วยกล้ามเนื้อและต่อมผลิตน้ำหล่อเลี้ยงเชื้ออสุจิที่เรียก semen
• ต่อมลูกหมากจะต้องได้รับการหล่อเลี้ยงจากฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า testosterone ซึ่งสร้างมาจากอัณฑะ
อาการของผู้ป่วยที่มีโรคต่อมลูกหมาก
- ปัสสาวะไม่พุ่ง
- ปัสสาวะกระปริดกระปอย
- ปัสสาวะบ่อย
- กลั้นปัสสาวะไม่ได้
- ต้องตื่นกลางคืนขึ้นมาปัสสาวะบ่อย
- ปัสสาวะหยุดเป็นพักๆ
- ปัสสาวะมีเลือด
- ปวดเวลาปัสสาวะ
โรคของต่อมลูกหมากที่พบบ่อยได้แก่
- มะเร็งต่อมลูกหมาก
- ต่อมลูกหมากโต
- ต่อมลูกหมากอักเสบ แบ่งออกเป็น
- ต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลัน
- ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง
- ต่อมลูกหมากอักเสบที่ไม่ใช่ติดเชื้อ
ต่อมลูกหมากโตคืออะไร?
เมื่อผู้ชายเริ่มย่าง เข้าอายุ 40 ปี ต่อมลูกหมากจะโต เมื่ออายุมากขึ้นก็จะพบผู้ป่วยที่ต่อมลูกหมากโต จะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 80 จะมีต่อมลูกหมากโต
ต่อมลูกหมาก จะเริ่มโตจากด้านใน ดังนั้นก็จะกดท่อปัสสาวะทำให้ปัสสาวะลำบาก เมื่อปัสสาวะลำบากทำให้ปัสสาวะออกไม่หมด เหลือปัสสาวะบางส่วนในกระเพาะปัสสาวะ เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้
นอกจากนี้การที่ทางเดินปัสสาวะถูกกดอาจจะทำให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไม่ดี และอาจจะเกิดไตวายได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
ต่อมลูกหมากโตเป็นโรคเดียวกับมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่?
ต่อมลูกหมากโตเป็นเพียงมีเซลล์เพิ่มขึ้นไม่ใช่มะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยส่วนมากแม้จะมีต่อมลูกหมากโตแต่ก็ไม่มีอาการ
ผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตจะมีอาการอะไรบ้าง?
อาการของต่อมลูกหมากโตเกิดจากต่อมลูกหมากโตกดท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะแคบ ระยะแรกของโรคกระเพาะปัสสาวะยังแข็งแรงสามารถบีบตัวไล่ปัสสาวะออกได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงไม่สามารถบีบตัวไล่ปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะสะดุด ผู้ป่วยบางคนอาจจะไม่มีอาการจนได้รับประทานยาแก้หวัด ผลข้างเคียงของยาแก้หวัดทำให้เกิดอาการปัสสาวะไม่อก อาการที่พบได้บ่อยคือ
- ปัสสาวะไม่สุดเหมือนคนที่ยังไม่ได้ปัสสาวะ
- ปัสสาวะบ่อย
- ปัสสาวะสะดุดขณะปัสสาวะ
- อั้นปัสสาวะไม่อยู่
- ปัสสาวะไม่พุ่ง
- ปัสสาวะต้องเบ่งเมื่อเริ่มปัสสาวะ
- ต้องตื่นกลางคืนเนื่องจากปวดปัสสาวะ
เมื่อไรจะรักษาต่อมลูกหมากโต? ต่อมลูกหมากโตหากไม่มีอาการไม่จำเป็นต้องรักษา จะรักษาเมื่อมีอาการมากหรือไตเริ่มทำงานไม่ดี
การรักษาต่อมลูกหมากโตมีได้กี่วิธี?
- Watchful waiting ถ้าต่อมลูกหมากที่โตไม่เกิดอาการท่านและแพทย์ที่ดูแลท่านอาจจะตกลงว่ายังไม่ จำเป็นต้องให้ยา หรือการรักษาอย่างอื่นแต่ท่านต้องตรวจตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะประเมินว่าต่อมลูกหมากที่โตเกิดปัญหาต่อสุขภาพหรือยัง ผู้ป่วยที่ต่อมลูกหมากโตไม่มากประมาณ1/3อาการจะดีขึ้นเองแพทย์จะแนะนำมิให้ รับประทานยาลดน้ำมูกเพราะจะทำให้อาการแย่ลง ผู้ป่วยที่ใช้วิธีเฝ้าคอย บางท่านอาการดีขึ้น บางท่านอาการคงที่บางท่านอาการแย่ลง
- Alfa blocker drug treatment เป็นยาที่ทำให้กล้ามเนื้อในต่อมลูกหมากคลายตัว ยานี้ไม่ได้โรคแทรกซ้อนหรือทำให้ต่อมลูกหมากลดลงยาที่มีอยู่คือ doxazosin , prazosin
- terazosin ยาจะขยายกล้ามเนื้อของหลอดเลือดและของต่อมลูกหมากทำให้ความดันโลหิตลดลงและทำให้ปัสสาวะคล่องขึ้น
- Finasteride ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ต่อฮอร์โมนเพศชาย testosterone รับประทานวันละครั้ง ยาตัวนี้จะทำให้ขนาดของต่อมลูกหมากเล็กลงอาการผู้ป่วยจะดีหลังจากรับประทานไป 6 เดือนผลข้างเคียงของยาคือลดความต้องการทางเพศ
- การรักษาต่อมลูกหมากโตโดยไม่ใช้วิธีผ่าตัดได้แก่
- Transurethral Microwave Procedures โดยการใช้ความร้อนจาก Microwave ทำลายเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะเรียกการรักษานี้ว่า transurethral microwave thermotherapy (TUMT) การรักษานี้จะทำให้ปัสสาวะไหลดีขึ้นการรักษาวิธีนี้ไม่ทำให้เกิดปัสสาวะเล็ดหรือความรู้สึกทางเพศลดลง
- Transurethral Needle Ablation (TUNA) โดยใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุทำลายต่อมลูกหมากการรักษาวิธีนี้ ไม่ทำให้เกิดปัสสาวะเล็ดหรือความรู้สึกทางเพศลดลง
- Ballon dilatation โดยการสวนสายเข้าในท่อปัสสาวะและปลายสายมี ballon เพื่อขยายท่อปัสสาวะส่วนที่ต่อมลูกหมากอยู่ผลคือปัสสาวะจะไหลออกดีขึ้น ข้อเสียอาจจะมีเลือดออกและเกิดการติดเชื้อ
- การผ่าตัดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาต่อมลูกหมากโตแต่ก็มีโรคแทรกซ้อนร่วมด้วย
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดต่อมลูกหมากโต
- ปัสสาวะไม่ออก
- ปัสสาวะล้นไปที่ไตทำให้ไตเสื่อม
- มีการติดเชื้อปัสสาวะบ่อย
- มีเลือดออกทางเดินปัสสาวะ
- มีนิ่วทางเดินปัสสาวะ
วิธีการผ่าตัดมีกี่วิธี
- Transurethral resection of the prostate (TURP) โดยการใส่เครื่องมือเข้าทางท่อปัสสาวะและใช้เครื่องมือตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก หลังจากผ่าตัดผู้ป่วยยังคงต้องคาสายสวนปัสสาวะอีก 2-3 วัน
- Transurethral incision of the prostate (TUIP) ใช้ในกรณีที่ต่อมลูกหมากไม่โตมากโดยใช้เครื่องมือใส่เข้าท่อปัสสาวะแล้วกรีดต่อมลูกหมาก 2-3 รอยไม่มีการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากซึ่งจะลดความดันในต่อมลูกหมากทำให้ปัสสาวะออกง่ายขึ้น
- Open prostatectomy ใช้กรณีที่ต่อมลูกหมากโตมากโดยผ่าตัดผ่านทางหน้าท้องแล้วเอาต่อมลูกหมากออก
- Laser Surgery โดยการใส่เครื่องมือเข้าทางท่อปัสสาวะและปล่อยรังสีที่ต่อมลูกหมาก ความร้อนจากรังสีจะทำลายเนื้อต่อมลูกหมาก
หลังการผ่าตัดจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?
หลังการผ่าตัดจะต้องนอนโรงพยาบาล 3-10 วัน โดยมีการคาสายสวนปัสสาวะไว้เพื่อล้างกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากหลังการผ่าตัดจะมีเลือดออกได้หลายวัน หลังการผ่าตัดแผลยังอาจจะหายไม่ดีจึงมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
- ดื่มน้ำมากกว่าวันละ 8 แก้ว
- เวลาถ่ายอุจาระอย่าเบ่งมาก
- รับประทานผักและผลไม้ให้มากเพื่อป้องกันท้องผูก
- อย่ายกของหนัก
- หลีกเลี่ยงการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
โรคแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
- หลังจากเอาสายสวนท่อปัสสาวะออกจะรู้สึกปัสสาวะแรงขึ้นและอาจจะมีอาการปวดขัดในช่วงแรก
- กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ซึ่งเป็นช่วงแรกของการผ่าตัด
- อาจจะมีเลือดออกได้ หากปัสสาวะมีเลือดออกไม่หยุดให้ปรึกษาแพทย์
- โรคแทรกซ้อนเกี่ยวกับความรู้สึกทางเพศ
- การแข็งตัวของอวัยวะเพศ ถ้าหากก่อนผ่าตัดอวัยวะเพศสามารถแข็งตัวได้หลังผ่าตัดก็แข็งตัวได้เนื่องจากการผ่าตัดไม่ทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง
- การ หลั่งน้ำเชื้อ ผู้ป่วยเมื่อร่วมเพศและถึงจุดสุดยอดแต่จะไม่มีการหลั่งน้ำออกเนื่องจากน้ำ เชื้อจะไหลกลับเข้ากระเพาะปัสสาวะซึ่งไม่อันตราย
- การถึงจุดสุดยอด ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถทำการบ้านได้ดีเหมือนก่อนผ่าตัด
ต่อมลูกหมากอักเสบ
ต่อมลูกหมากทำหน้าที่ในการสร้างน้ำเลี้ยงเชื้ออสุจิ หากมีเชื้อโรคเข้าไปก็จะทำให้ดกิดต่อมลูหมากอักเสบ

เป็นการอักเสบของต่อมลูกหมากพบได้ในผู้ชายกลางคนผู้ป่วยมักจะไปพบแพทย์ด้วยเรื่องไข้ ปัสสาวะลำบากการอักเสบของต่อมลูกหมากแบ่งได้เป็น
- Acute prostatitis
- Chronic bacterial prostatitis
- Chronic prostatitis/chronic pelvic pain syndrome พบบ่อยที่สุด
1.Acute prostatitis เป็นการอักเสบของต่อมลูกหมากที่เกิดจากการติดเชื้อโรค
สาเหตุ
- เชื้อโรคมาจากแบคทีเรียทางเดินปัสสาวะ เชื้อที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยคือ . Escherichia coli โดยเชื้อจะมาตามท่อปัสสาวะแล้เข้าสู่ต่อมลูกหมากและแบ่งตัวอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการอักเสบ
- จากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเชื้อที่เป็นสาเหตุคือ หนองใน(gonorrhea) chlamydia
- จากการส่องกล้อง
อาการของผู้ป่วยต่อมลูกหมากอักเสบ อาการมักจะรุนแรงและเกิดทันที อาการที่เกิดได้แก่
- ไข้สูงหนาวสั่น
- ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดหลังและปวดข้อ
- ปวดบริเวณอัณฑะและอวัยวะเพศ
- ปัสสาวะบ่อย
- ปัสสาวะไม่สุด อั้นปัสสาวะไม่ได้
- ปัสสาวะไม่พุ่ง
- จะมีอาการปวดเมื่อปัสสาวะ
การวินิจฉัย เมื่อแพทย์ตรวจร่างกายและสงสัยว่าเป็นต่อมลูกหมากอักเสบแพทย์จะตรวจต่อไปนี้
- ตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนักพบว่าต่อมลูกหมากบวมและกดเจ็บ รายที่เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อาจจะมีอัณฑะอักเสบร่วมด้วย
- ตรวจปัสสาวะพบว่ามีเม็ดเลือดขาวและเชื้อแบคทีเรียมาก
การรักษา นอกจากนั้นยังใช้ยาดังต่อไปนี้รักษาเช่น ciprofloxacin, norfloxacin, ofloxacin or levofloxacin โดยให้ยา 4 สัปดาห์
2.Chronic bacterial prostatitis เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียของต่อมลูกหมากเรื้อรัง และมักจะเป็นสาเหตุของการติดเชื้อซ้ำทางเดินปัสสาวะ มักจะติดเชื้อหลังจากทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือตามหลังท่อปัสสาวะอักเสบ หรือต่อมลูกหมากอักเสบ
อาการของต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง อาการของผู้ป่วยแต่ละคนจะไม่ค่อยเหมือนกัน อาการต่างๆที่พบได้คือ
- ผู้ป่วยมักจะมีประวัติการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นๆหายๆ
- ปัสสาวะบ่อย อั้นปัสสาวะไม่ได้
- ปัสสาวะกลางคืน
- เมื่อปัสสาวะจะปวด
- ปวดบริเวณอัณฑะและอวัยวะเพศ
- เมื่อหลั่งน้ำกามจะปวด
- ปวดหลัง
- ปัสสาวะมีเลือดปน
- ปัสสาวะเล็ด
การวินิจฉัย เนื่องจากอาการของต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังไม่มากและชัดเจน หากสงสัยสามารถ วินิจฉัยโดยการตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก และนวดต่อมลูกหมากเพื่อนำสารหลังไปตรวจซึ่งจะพบเม็ดเลือดขาวมาก และเพาะเชื้อพบเชื้อแบคทีเรีย
การรักษา
- เนื่องจากยาจะเข้าต่อมลูกหมากได้ไม่ดีดังนั้นการให้ยาอาจจะต้องให้ยา 2-3 เดือน แม้ว่าบางครั้งอาจจะฆ่าเชื้อไดไม่หมดก็อาจจะให้ยาปฏิชีวนะขนาดต่ำเพื่อป้องกันการเกิดอาการ ยาที่นิยมใช้คือtrimethoprim-sulfamethoxazole และ fluoroquinolones
- แช่ก้นในน้ำอุ่นจะช่วยลดอาการปวดขัดได้
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายต่อกระเพาะปัสสาวะเช่น alcohol, citrus juices, อาหารเผ็ดๆ และ caffeine.
- ในรายที่เป็นเรื้อรังแพทย์อาจจะพิจารณาผ่าตัด
3.Chronic non-bacterial prostatitis/chronic pelvic pain syndrome เป็นการอักเสบของต่อมลูกหมากที่พบบ่อยที่สุด โดยเกิดจากการติดเชื้อ chlamydia หรือ ureaplasma โรคนี้อาจจะเกิดตามหลังทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือท่อปัสสาวะอักเสบ
อาการ เหมือนผู้ป่วยต่อมลูกหมากอักเสบเรึ้อรัง
การวินิจฉัย เหมือนต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังแต่จะไม่พบเชื้อแบคทีเรียเมื่อนำสารหลังจากต่อมลูกหมากไปเพาะเชื้อ
การรักษา
- รักษายากยาที่ใช้ได้แก่ tetracyclin,doxycyclin ,erythromycin ต้องรักษา 6-8 สัปดาห์
- ได้รับยาระบายหากมีอาการท้องผูก
- การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกหากใช้ยาแล้วไม่ได้ผล
- สวมถุงยางเมื่อมีการร่วมเพศ
- แช่ก้นด้วยน้ำอุ่นจะช่วยลดอาการปัสสาวะบ่อย
- ดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 8 แก้ว
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายต่อกระเพาะปัสสาวะเช่น alcohol, citrus juices, อาหารเผ็ดๆ และ caffeine.
มะเร็งต่อมลูกหมาก prostate cancer
มะเร็งต่อมลูหมากเป็นมะเร็งที่พบในผู้ชาย มะเร็งต่อมลูกหมากพบได้ในวัยสูงอายุผู้ป่วยมักจะมีอาการปัสสาวะไม่ออก

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากยังไม่มีใครทราบ แต่เท่าที่วิจัยได้พบว่าความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้แก่
- อายุ มะเร็งต่อมลูกหมากพบในผู้ป่วยอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 70 ปี
- ประวัติครอบครัว พบว่าชายที่มีพ่อ หรือพี่น้องเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่าคนทั่วไป
- เชื้อชาติ พบไม่บ่อยในชาวเอเชียแต่พบบ่อยในอเมริกา
- อาหาร พบว่าผู้ที่บริโภคมันจากสัตว์มากมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนผู้ที่บริโภคผักและผลไม้จะลดโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากผู้ที่สูบบุหรี่ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
ยังไม่พบหลักฐานว่าการทำหมันชายทำให้มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมากขึ้นขณะนี้กำลังศึกษาว่า ต่อมลูกหมากโต คนอ้วน การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การเจอรังสี การติดเชื้อไวรัสบางชนิดเป็นสาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ เท่าที่มีหลักฐานยังไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าว
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากควรตรวจอะไรบ้าง?
สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวควรจะปรึกษาแพทย์ว่าเมื่อไร จึงจะตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากแม้ว่าจะไม่มีอาการ จะตรวจอะไรบ้าง และตรวจถี่แค่ไหน แพทย์จะแนะนำให้ตรวจ ดังที่จะแสดงข้างล่างแต่การตรวจดังกล่าวเป็นการตรวจว่ามีความผิดปกติที่ต่อมลูกหมากหรือไม่มิใช่บ่งว่าเป็นมะเร็ง
- การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนักโดยการที่แพทย์ใส่ถุงมือ ใช้ vaslin หล่อลื่นนิ้วมือ แล้วตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนักเพื่อดูว่ามีก้อน หรือขนาดโตขึ้น
- การตรวจหาสาร PSA ซึ่งเป็นสารโปรตีนที่ผลิตโดยต่อมลูกหมาก ค่าจะสูงในโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ค่าปกติจะน้อยกว่า 4 nanogram ค่าอยู่ระหว่าง 4-10 nanogram ค่านี้อยู่ระดับปานกลางถ้าค่ามากกว่า 10 ถือว่าสูงค่ายิ่งสูงโอกาสเป็นมะเร็งก็จะสูง นอกจากนี้ยังพบว่าค่า PSA สูงพบได้ในโรค ต่อมลูกหมากโต การอักเสบของต่อมลูกหมาก ค่ามักจะอยู่ระหว่าง 4-10 nanogram
หากการตรวจดังกล่าวพบว่าผิดปกติก็จะต้องตรวจเพิ่มเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่
อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมลูกหมากแรกเริ่มจะไม่มีอาการ แต่หากมีอาการจะเกิดอาการเหล่านี้
- ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน
- เวลาเริ่มปัสสาวะจะลำบาก
- ปัสสาวะไม่พุ่ง
- เวลาปัสสาวะจะปวด
- อวัยวะเพศแข็งตัวยาก
- เวลาหลั่งเมื่อถึงจุดสุดยอดจะปวด
- มีเลือดในน้ำเชื้อหรือปัสสาวะ
- ปวดหลังปวดข้อ
อาการต่างๆเหล่านี้อาจจะเกิดในผู้ป่วยที่ต่อมลูกหมากโตหรือต่อมลูกหมากอักเสบ
ระยะของโรค การวางแผนการรักษาจะต้องรู้ว่ามะเร็งต่อมลูกหมากแพร่กระจายหรือยังหรือยัง อยู่เฉพาะที่ต่อมลูกหมาก โดยจะต้องมีการตรวจเพิ่มเช่นการตัดชิ้นเนื้อจากทวารหนัก การ x-ray พิเศษ ที่นิยมแบ่งเป็น 4 ระยะได้แก่ 1-4 หรือ A-D
- Stage 1 หรือ A ระยะนี้ผู้ป่วยไม่มีอาการไม่สามารถตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากทางทวารทราบว่า เป็นโดยการผ่าตัดต่อมลูกหมากโตระยะนี้มะเร็งอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก
- Stage 2หรือ B สามารถตรวจได้จาการตรวจต่อมลูกหมากโดยการใช้เข็มเจาะชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเนื่องจากค่า PSA สูงมะเร็งยังอยู่ในต่อมลูกหมากไม่แพร่กระจาย
- Stage 3หรือC มะเร็งแพร่กระจายไปเนื้อเยื่ออยู่ใกล้ต่อมลูกหมาก
- Stage 4 หรือDมะเร็งแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น
- Reccurent หมายถึงภาวะที่มะเร็งกลับเป็นใหม่หลังจากรักษาไปแล้ว
การรักษา
แพทย์จะเลือกวิธีรักษาโดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆดังนี้
- ระยะของโรคว่าแพร่กระจายหรือยัง
- ชนิดของมะเร็ง
- ประโยชน์ที่ได้จากการรักษา
- ผลข้างเคียงของการรักษาและการป้องกัน
- การรักษานี้มีผลต่อความรู้สึกทางเพศหรือไม่ มีผลต่อการปัสสาวะหรือไม่ หลังรักษามีปัญหาถ่ายเหลวหรือไม่
- คุณภาพชีวิตหลังรักษา
วิธีการรักษา
- การเฝ้ารอดูอาการ เหมาะสำหรับมะเร็งที่เริ่มเป็นและผู้ป่วยสูงอายุหรือมีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา
- การผ่าตัด Prostatectomy เป็นวิธีการที่นิยมใช้ในการรักษามะเร็งในระยะเริ่มต้นซึ่งมีวิธีการทำผ่าตัดได้ 3 วิธี
-
radical retropubic prostatectomy แพทย์จะผ่าตัดผ่านทางหน้าท้องโดยตัดเอาต่อมลูกหมากและต่อมน้ำเหลือง
-
radical perineal prostatectomy แพทย์ผ่าตัดผ่านทางผิวหนังบริเวณอัณฑะและทวารหนักโดยตัดต่อมลูกหมาก ส่วนต่อมน้ำเหลืองต้องตัดออกโดยผ่านทางหน้าท้อง
-
transurethral resection of the prostate (TURP)เป็นการตักต่อมลูกหมากโดยการส่องกล้องผ่านอวัยวะเพศเป็นการตัดชิ้น เนื้อเพื่อให้ปัสสาวะไหลคล่อง
- ถ้าผลชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองมีเชื้อมะเร็งแสดงว่ามะเร็งนั้นแพร่กระจายแล้ว
- Radiation therapy การให้รังสีรักษาเป็นการให้ในกรณีที่มะเร็งนั้นก้อนขนาดเล็กหรือให้หลังจาก ผ่าตัดต่อมลูกหมากไปแล้วการให้รังสีรักษา อาจจะให้โดยการฉายแสงจากภายนอกหรือการฝังวัตถุอาบรังสีไว้ใกล้เนื้องอก implant radiationหรือ brachytherapy
- Hormonal therapy เนื่องจากมะเร็งต่อมลูกหมากต้องใช้ฮอร์โมนในการเจริญเติบโตการให้ฮอร์โมนจะ ใช้ในกรณีที่มะเร็งได้แพร่กระจายแล้ว หรือเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำหลังการรักษาซึ่งมีวิธีการรักษาดังนี้
- การตัดลูกอัณฑะซึ่งเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเพศชาย
-
การใช้ยาเพื่อลดการสร้างฮอร์โมน testosterone เช่น leuprolide, goserelin, และ buserelin.
-
ยาที่ป้องกันการออกฤทธิ์ของ androgen เช่น flutamide และ bicalutamide.
-
ยาที่ป้องกันต่อมหมวกไตไม่ให้สร้างฮอร์โมน androgen เช่น ketoconazole and aminoglutethimide.
- Chemotherapy การให้เคมีบำบัดเป็นการฆ่าเซลล์มะเร็งโดยการให้สารเคมีซึ่งการรักษายังไม่ดีพบใช้ในกรณีที่โรคแพร่กระจายแล้ว
- ใช้สารที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิหรือภูมิที่สร้างจากภายนอกเพื่อให้ภูมิต่อสู่กับเชื้อโรค
- cryotherapy เป็นการรักษาใหม่โดยใช้เข็มสอดเข้าในต่อมลูกหมากแล้วฉีดสาร liquid nitrogen เพื่อแช่แข็งมะเร็งต่อมลูกหมาก ใช้ในกรณีที่ไม่เหมาะในการผ่าตัดผลการรักษายังไม่ยืนยันว่าได้ผลดี
ผลข้างเคียงของการรักษา
- การเฝ้ารอสังเกตอาการผลเสียคือทำให้เสียโอกาสในการรักษามะเร็งในระยะเริ่มแรก
- การผ่าตัด จะทำให้เจ็บปวดในระยะแรก และผู้ป่วยต้องคาสายสวนปัสสาวะ10วัน-3 สัปดาห์ การผ่าตัดอาจจะทำให้กลั้นปัสสาวะและอุจาระไม่ได้ และอาจจะเกิดกามตายด้าน นอกจากนี้จะไม่มีน้ำเชื้อเมื่อถึงจุดสุดยอด
- การฉายรังสีจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลียการผักผ่อนเป็นเรื่องที่สำคัญแต่ก็ควรออกกำลังเท่าที่จะทำได้ การฉายรังสีอาจจะทำให้ผมร่วง และอาจจะทำให้เกิดกามตายด้าน
- การให้ฮอร์โมนจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเหมือนชายวัยทองคือมีอาการกามตายด้าน ร้อนตามตัว
(แหล่งข้อมูล : http://www.siamhealth.net)
|